ข่าวอบรม >> 'ฉีดผิวขาว' ย้ำอันตราย 'ถึงตาย' สยามฯขึ้นป้ายเกลื่อน ข่าวจั๊ว!!

23 พ.ย. 2553 22:35:30


อย.เตรียมประสานกองประกอบโรคศิลปะลุยจับคลินิกเสริมความงามใช้สาร"กลูตาไธโอน" ทำดีท็อกซ์หน้าขาว-ตัวขาว เลขาฯ อย.ยัน ไม่เคยอนุญาตให้ใช้สารดังกล่าวฉีดเข้าเส้นเลือด ชี้หากเกินขนาดอันตรายถึงตาย จี้แพทยสภาเอาผิดหมอ ขณะที่สถาบันเสริมความงามย่านสยามสแควร์เปิดให้บริการฉีดสารทำดีท็อกซ์หน้าขาว-ตัวขาวเกลื่อน แฉแห่ฉีดจนยาหมดเกลี้ยง


หลังจาก "คม ชัด ลึก" นำเสนอข่าวสถานเสริมความงามบางแห่งลักลอบนำเข้าสารกลูตาไธโอนฉีดให้ลูกค้าเพื่อเพิ่มความขาวให้กับผิวพรรณ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่อันตรายเพราะสารดังกล่าวไม่ได้ยื่นขออนุญาตหรือขอจดทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) แต่อย่างใด ล่าสุด เลขาธิการ อย. เตรียมประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกกวาดล้างจับกุมสถานเสริมความงามและบุคคลที่เกี่ยวข้องในการนำสารกลูตาไธโอนเข้ามาใช้ในประเทศไทยแล้ว โดยเมื่อวันที่26 พฤศจิกายน นพ.ศิริวัฒน์ ทิพย์ธราดล เลขาธิการ อย. กล่าวว่า อย.ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนหรืออนุญาตให้นำเข้าสารกลูตาไธโอน และเชื่อว่าผู้ที่นำสารดังกล่าวเข้ามาใช้ลักลอบนำเข้ามาจากต่างประเทศทั้งนี้สารดังกล่าวใช้สำหรับบำบัดรักษาโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งกระเพาะอาหาร โดยนำไปผสมกับสารตัวอื่นๆ ก่อน ซึ่งต้องใช้โดยแพทย์เท่านั้น เพราะอาจเป็นอันตรายได้ ซึ่งคุณสมบัติของสารดังกล่าวไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อฉีดให้ผิวขาวแต่อย่างใด



การนำสารกลูตาไธโอนมาฉีดเพื่อให้ผิวขาวไม่ว่าจะฉีดโดยคลินิกหรือร้านเสริมความงาม ถือว่าเป็นอันตรายอย่างยิ่ง อีกทั้งยังถือเป็นความผิดทางกฎหมาย เนื่องจากทาง อย.ไม่เคยขึ้นทะเบียนสารดังกล่าวในประเทศไทย และไม่ได้อนุญาตให้มีการนำเข้า ซึ่งหากพบจะถือว่ามีความผิดตาม พ.ร.บ.ยา มีความผิดการโฆษณาเกินจริง มีโทษปรับถึง 1 แสนบาท นอกจากนี้ยังเป็นการขายยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นพ.ศิริวัฒน์ กล่าว เลขาธิการอย. กล่าวด้วยว่า สารกลูตาไธโอน หากเป็นชนิดรับประทาน กำหนดให้ทานได้ไม่เกิน 250 มิลลิกรัมต่อวัน ซึ่งส่วนใหญ่แพทย์จะสั่งจ่ายให้กับผู้ป่วย แต่จากการสำรวจตามเว็บไซต์ที่มีการขายสารชนิดนี้โดยมุ่งให้ผิวขาวนั้น มีแนะนำให้รับประทานถึง 500-1,000 มิลลิกรัมต่อวัน ถือว่าเป็นปริมาณที่สูงเกินไป อาจทำให้เกิดอาการแพ้ยาจนเป็นอันตรายได้


เลขาธิการอย.กล่าวด้วยว่า จะร่วมกับกองการประกอบโรคศิลปะ กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อดำเนินการกวาดล้างจับกุมผู้ที่นำสารดังกล่าวมาใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต โดยจะดำเนินคดีสถานหนัก และหากพบว่าผู้ที่นำมาใช้เป็นแพทย์จะร้องเรียนไปยังแพทยสภาเพื่อให้ดำเนินการเอาผิดทางจรรยาบรรณแพทย์ต่อไป


นายวินิตอัศวกิจวิรี ผู้อำนวยการกองควบคุมยา สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวว่า สารกลูตาไธโอนที่ใช้เป็นตัวยาฉีดเข้าร่างกายนั้น ขณะนี้ยังไม่มีการขอขึ้นทะเบียนกับกองควบคุมยา หากแพทย์นำไปฉีดให้คนไข้ถือเป็นเรื่องผิดกฎหมาย แม้จะเป็นตัวยานำเข้าหรือลักลอบซื้อมาจากต่างประเทศก็ผิดกฎหมายทั้งสิ้น เพราะยังไม่ขึ้นทะเบียนกับ อย. การนำสารหรือยาที่ไม่ขึ้นทะเบียนรับรองถูกต้องมาฉีดให้คนไข้ อาจเป็นการทดลองยารูปแบบหนึ่งก็ได้ ขอเตือนให้ประชาชนระวัง อย่าหลงกับคำอ้างว่าผ่าน อย.แล้ว ส่วนที่อ้างว่าสารกลูตาไธโอนผ่านการรับรองจาก อย.นั้น ก็เป็นเพียงอนุญาตให้ใช้ในรูปแบบกรดอะมิโน ที่ใช้เป็นส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เพื่อใช้กินร่วมกับวิตามินเป็นอาหารเสริมบำรุงร่างกายเท่านั้น ไม่เคยอนุญาตให้เป็นยาเดี่ยวหรือยาฉีดเข้าร่างกายแต่อย่างใด